
เรื่องนี้เป็นแฟนตาซีผสมอารมณ์ตลกขบขันแบบเพี้ยนๆ ตามแบบฉบับพระเอกและผู้กำกับคู่บุญ จอห์นนี่เด็ปและทิมเบอตัน เนื้อเรื่องเกี่ยวกับแวมไพร์กับแม่มดกับรักสามเศร้าที่ไม่สุขสมหวัง การขับเขี้ยวกันตั้งแต่ยุคโบราณจนมาถึงยุค 70 ที่ต้องแข่งขันทางธุรกิจ แต่เรื่องรักๆ ใคร่ๆ ไม่เข้าใครออกใคร แก่นของเรื่องที่พระเอกจะเน้นอยู่เสมอก็คือเหนื่อสิ่งอื่นใดครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เราจะไ้ดดูจอห์นนี่เด็ปในบทบาทของเจ้าของบ้านทรายทองฉบับละครแวมไพร์ฝรั่ง เรื่องนี้เราจะได้เห็นแฟนตาซีกับความเพี้ยนเรียกเสียงฮา สร้างความบันเทิงแก่คุณและครอบครัวคนรักหนังได้ไม่ยาก
  
  
  
พูดถึงนักแสดงนำในหนังเรื่องนี้แต่ละคนล้วนแต่คุณภาพและพอเอามาคิดรวมกับผู้กำกับชื่อดังทิมเบอตันด้วยแล้ว ทำให้หนังเรื่องนี้น่าดูอย่างยิ่งโดยเฉพาะ คุณ Johnny Depp ในบทของ Barnabas Collins , คุณ Michelle Pfeiffer , คุณ Eva Green , และคุณ Chloë Grace Moretz หรือแม่สาวจาก KICK-ASS โดยเฉพาะอีวากรีนที่มีบทบาทการแสดงที่โดดเด่นพร้อมๆ กับหน้าตาสัดส่วนสุดสวยเซ็กซี่เกินความเป็นตัวโกงไปมากอย่างยิ่ง เรื่องนี้เราจึงให้เครดิตเธอมากเป็นพิเศษ อีวากรีน เธอชนะเลิศจริงๆ !!

รายละเอียดภายในหนังเรื่องนี้คงต้องมอบให้แด่เสื้อผ้าหน้าผมและปราสาทของครอบครัวตระกูลคอลลินส์ มีการผสมผสานการก่อสร้างและเฟอร์นิเจ้อแบบโบราณๆ รายละเอียดปราณีตยิ่งนัก เรียกได้ว่าถ่ายหนังเรื่องนี้จบสามารถเอาปราสาทหลังนี้ไปเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้คนเข้ามาชมได้เลย เรื่องความตลกๆ ก็มีอยู่นิดๆ ตรงที่จะมีของบางอย่างเป็นยุค 70 ที่ทำให้แวมไพร์หลงยุคแบบจอห์นนี่เด็ปมึนไปเลยก็มี (ยกตัวอย่างเช่นตุ๊กตาหน้าตาประหลาดตัวนี้)

สำหรับหนังเรื่องนี้แค่คิดว่าเรายอมจ่ายเงินเข้าไปดูหน้าเนียนๆ ของจอห์นนี่เด็ปกับอีวากรีนปะทะความเป๊ะกันในโรงหนังก็คุ้มเกินคุ้มแล้วคร้าฟฟ โดยเฉพาะอีวากรีนที่โดดเด่นมาแรงจริงๆ เรียกได้ว่ากุมหัวใจคอหนังหนุ่มๆ ได้อยุ่หมัดเลยทีเดียว
]
การคุมโทนการแสดงของอีวากรีนให้สวยแบบหลอนอารมณ์แม่มดได้ดี ซึ่งแม่มดในที่นี้สมัยโบราณจะเชื่อกันว่าเป็นสาวกของซาตานและได้ขายวิญญาณไปแล้ว มีแต่กายเนื้อเทียมที่ไม่มีวันย่อยสลาย ในช่วงท้ายของหนังเธอจะแสดงให้เห็นถึงความหลอนในแบบแม่มดฝรั่งที่คอหนังไทยอย่างเราๆ หาดูไม่ค่อยได้บ่อยนัก

ดูกันชัดๆ กับลุคของอีวา กรีน ซึ่งรับบทเป็นแองเจลีค บูคาร์ด แม่มดสุดเปรี้ยว แจ้งเกิดแบบสุดๆ กับหนังเรื่องนี้ ดูๆ แล้วผมสีบลอนด์อ่อนกับปากแดงๆ อย่างนี้เหมาะกับเธอมากจริงๆ

ถึงขนาดที่ท่านบานาบัสถูกสาปให้เป็นแวมไพร์แล้ว ท่านก็ยังจะใจอ่อนกับร่างกายของสาวๆ อยู่ดี สังเกตได้ว่าความเป็นแวมไพร์รูปงามที่ให้ท่านบานาบัส เสียตัวให้กับสาวๆ ในเรื่องอยุ่ดี โดยเฉพาะฉากที่ต้องเสียตัวให้กับแม่มดสาวคนนี้ ต้องจับตาดูกันให้ดีๆ รักเร่าร้อนเกินมนุษย์มันเป็นยังไง ต้องไปดูในเรื่องจ้า (อีวากรีนเซ็กส์ซี่มากๆ)

ท่านบานาบัสกับสมาชิกบ้านทรายทองของเขา ซึ่งแต่ละคนก็ล้วนแต่มีลักษณะินิสัยหลากหลายกันไป ทั้งรักในตระกูล รักบ้านและที่อยู่อาศัย รักความอิสระ หรือจะเห็นแก่ตัว ใช้ประโยชน์จากผู้อื่น สะท้อนออกมาในบทบาทการแสดงที่แตกต่างกันไป

ด้วยความที่หนังเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากละครน้ำเน่าของฝรั่ง จึงทำให้ฉากแต่ละฉากไม่หลากหลายเท่าใดนัก โดยจะเน้นไปที่บ้านของบานาบัส *(ประสาทงามๆ ก็ต้องออกหลายๆ ฉากหน่อย) และในตัวเมืองเล็กๆ อยากให้คนที่ดูหนังเรื่องนี้จับตาดูการคุมโทนของหนังที่ทำได้ดีจนทำให้หนังแนวเล่าเรื่องแบบนี้ที่ดูไม่มีอะไร ทำให้มันดูมีอะไร และน่าติดตาม รวมไปถึงสไตล์ของการดำเนินเรื่อง บท และ่ส่วนประกอบต่างๆ บ่งบอกถึงรสนิยมที่เป็นเอกลักษณ์และความเก๋าของผู้กำกับทิมเบอตันได้เป็นอย่างดี แต่สำหรับคอหนังที่ไม่ค่อยช่างสังเกตหรือไม่ค่อยมีความสุขสุนทรีย์กับศิลปะที่แฝงอยู่ในส่วนประกอบต่างๆ ของหนัง ก็จะทำให้หนังเรื่องนี้ก็อาจจะไม่ค่อยโดนใจเท่าไรนัก...

หลายคนกำลังจับตาดูพัฒนาการของนักแสดงเด็กสาวโคลอี้คนนี้อยู่ ซึ่งหนังเรื่องนี้เปลี่ยนลุคจากเด็กจืดๆ เป็นเปรี้ยวจี๊ดแบบวัยรุ่นเพิ่งแตกเนื้อสาว แต่เสียอย่างเดียวที่บทบาทของเธอน้อยไปหน่อยเท่านั้นเอง แต่เรื่องการแสดงยังทำได้ดีเยี่ยมเช่นเคย ขอปรบมือให้ดังๆ

ถ้าใครดูหนังเรื่องนี้แล้ว คงจะจำประโยคเด็ดๆ ที่น้องชายคนนี้กัดพี่สาวโคลอี้ของเขาได้... ประมาณว่า... "เธอแอบช่วยตัวเอง!! แล้วทำเสียงเหมือนแมวโดนฟัด!!" พระเจ้า!! ประโยคนี้ทำให้เราคิดขึ้นได้ว่าโคลอี้.... เธอโตเป็นสาวแล้วล่ะ... จากที่เห็นตัวเล็กๆ ใน Kick Ass เกรียนโคตรๆ ไม่กี่ปีต่อมาโตขึ้นมาเยอะ!!

มีใครคิดถึงนางเอกของเรื่องบ้างมั้ย!! เกือบลืมไป... เธอคนนี้หลายคนคงจะจำกันได้ ในหนังที่เธอเคยแสดง กับบทหลอนๆ ที่เธอมักจะเป็นคนที่ไม่เหมือนคนอื่นๆ มาในบทนางเอกของหนังเรื่องนี้เธอก็เป็นคนที่เห็นผีและติดต่อกับวิญญาณได้ อยากให้คอหนังทั้งหลายลองสังเกตตัวเองดูว่าเป็นเหมือนกันไหมว่าฉากที่มีวิญญาณผีัในหนังเรื่องนี้ทำให้ติดตาโคตรๆ โดยเฉพาะฉากที่มีนางเอกคนนี้ มันทวีความหลอนขึ้นเพราะโครงหน้าของเธอด้วยล่ะมั้ง!!

สำหรับหนังเรื่องนี้หลายคนบอกว่าน่าเบื่อๆ งงๆ และดูไม่รู้เรื่องเท่าไร อาจเป็นเพราะหนังเรื่องนี้มีโทนเรื่องและกลิ่นอายของละครน้ำเน่าของฝรั่งมากๆ จนทำให้คนไทยเสพย์ยากไปนิดนึง แต่สำหรับพี่นาซีแล้วชื่นชอบกับสไตล์ของหนังเรื่องนี้มากๆ ดังนั้นทางนาซีทีวีเราจึงให้คะแนนไปถึง 7.4 คะแนนคร้าฟฟฟ
|