ต้องบอกก่อนว่าหนังเรื่องนี้มีพล็อตเรื่องที่ไม่แปลกแหวกแนวแต่อย่างใด เรียกได้ว่าพออ่านก็ร้องอ๋อเหมือนเรื่องนั้นเหมือนเรื่องนี้หว่า?? สำหรับท่านที่เป็นคอหนังก็คงจะทราบดีว่าหนังแนวเอาคนกลุ่มหนึ่งมาฆ่ากันตายโชว์ให้เหลือผู้ชนะเพียง1คนอะนะ... ประมาณนี้ที่ดังๆ ในสมัยก่อนก็คือ Battle Royal ภาค1และ2 จากแดนปลาดิบที่เราคุ้นเคย และก็มีหนังฝรั่งอีกหลายเรื่องเลยทีเดียว แต่เดี๋ยวก่อน!! นี่แหละความยากและความเด็ดของหนังเรื่องนี้!! เพราะทั้งๆ ที่เป็นแนวที่คนน่าจะเบื่อแล้วแต่นำเสนอออกมาได้ยอดเยี่ยม งานโปรดัคชั่นสุดยอด รวมไปถึงบทและนักแสดงหาที่ติได้ยาก ผลออกมาคือทำรายได้มหาศาล 300 กว่าล้านเหรียญและครองอันดับแชมป์หลายรายการ โดยเฉพาะเป็นหนังที่ทำรายได้สูงสุดของปี 2012 ในไตรมาสแรกแซงหน้าหนังฟอร์มยักษ์หลายๆ เรื่อง!!

แว็บแรกที่เห็นตัวอย่างหนังเรื่องนี้รู้สึกถึงกลิ่นอายของวรรณกรรมอเมริกันไปเต็มๆ พร้อมๆ กับภาพซ้อนแบบเดจาวูถึงบรรยากาศวัยรุ่นฝรั่งๆ แบบไฮโซซะด้วยนะ แค่นึกถึงก็รู้สึกเย็นๆ ว่าจะประสบความสำเร็จแบบซีรี่ย์ของแวมไพร์ทไวไลท์และแฮรรี่พอตเตอร์ แต่ด้วยนักแสดงที่คัดเลือกมานั้นถือว่าเป็นหน้าใหม่ๆ ที่ไม่เชิงไม่มีประสบการณ์เพียงแต่ยังไม่แจ้งเกิดเท่านั้น แต่ละคนคาแรคเตอร์ชัดๆ กันทั้งนั้นโดยเฉพาะ 3 ตัวเอกของเรื่อง เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์, จอช ฮัทเชอร์สัน และเลียม เฮมส์เวิร์ธ ที่มีดีกรีกันมาแล้วแบบที่หลายคนยังไม่รู้ (พี่นาซีขอสารภาพว่าที่ตัดสินใจดูหนังเรื่องนี้เพราะป้ายโปรโมทหนังมีข้อความว่าหนังเรื่องนี้มีคนโหวตชนะแวมไพร์ทไวไลท์ภาคสุดท้ายอะ*-*)

หนังที่พล็อตเรื่องออกแนวบู๊ระห่ำฆ่ากันให้ตายไปข้างแต่กลับทำออกมาได้อย่างนิ่มนวลทุกๆ ฉาก แม้กระทั่งฉากที่มีการฆ่ากันอย่างป่าเถื่อนเรียกได้ว่าเด็กๆ ยังดูไ้ด้สบาย และตัวหนังเองได้พูดถึงความรักเป็นแกนหลักออกไปทางดราม่าซะด้วยซ้ำ ด้วยประเด็นรักสามเศร้าระหว่างคนที่สนิทมานานกับคนที่เพิ่งรู้จักแต่เดิมพันด้วยชีวิต เรียกได้ว่าสาวกแฟนคลับของนักแสดงนำทั้ง 3 เตรียมดีใจไว้ได้เลยว่า ภาค2ต่อจากนี้ ประเด็นความรักจะเข้มข้นอย่างแน่นอน

ในฉากต่างๆ ในช่วงแรกก็เริ่มแสดงถึงความเป็นเผด็จการที่อยู่ในระบบประชาธิปไตย (เป็นประชาธิปไตยที่บรรยากาศเหมือนคอมมิวนิสเสียเหลือเกิน) ด้วยบรรยากาศและฉากที่เป็นไซไฟที่แสดงถึงความไม่เท่าเทียมกันในสังคม รวยกระจุกและจนกระจาย คนรวยอยู่ในเมืองหลวงไม่ถึง1% และอีก99% เป็นคนจนอยู่ในต่างจังหวัด คอยส่งภาษีและทรัพยากรเข้าเมืองหลวง เกมเกมนี้มีเหตุเนื่องจากผู้ปกครองประเทศได้ลงโทษ 12 เขตที่เคยทรยศก่อกบฏเนื่องจากโดนกดขี่ข่มแหงนั่นเอง ในฉากนี้เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่อง แคทนีส นางเอกของเรื่องได้รับการเป็นเครื่องบรรณาการแทนน้องของเธอ

การดำเนินเรื่องถือว่าหาที่ติได้ยาก รวมไปถึงพร็อบเสื้อผ้าหน้าผมต่างๆ การแต่งหน้าของตัวละครหลักๆ รวมไปถึงตัวประกอบ เนี๊ยบมากๆ เรียกได้ว่าเป็นการโชว์รายละเอียดที่สามารถนำมาต่อยอดได้อีกมาก เป็นตัวอย่างที่หนังฟอร์มยักษ์ที่ทุนสูงหลายเรื่องควรเอาเป็นแบบอย่างในเรื่องการใส่ใจรายละเอียด

แต่ละเขตต้องส่งเครื่องเครื่องบรรณาการมาเป็นคู่ ทั้งแคทนิสและพีต้า ก็คือคู่หนึ่งในนั้น ต้องฝึกฝนและเข้าร่วมการฆ่าฟัน ในขณะที่นางเอกมีทักษะการล่าด้วยธนู และพระเอกก็มีพลังมากเนื่องจากที่บ้านทำเบเกอรี่ต้องแบบถุงแป้งทุกวัน แต่เสียดายที่ทั้งคู่ไม่มีโอกาสได้แสดงความสามารถทางการตู่สู้เลยในเกม แต่ก็ถือว่าให้อภัยเพราะทั้งคู่เลือกที่จะกำจัดศัตรูด้วยวิธีอื่นมากกว่า (ถึงเลือกที่จะไม่สู้ซึ่งๆ หน้า แต่ก็ทำให้คนอื่นตายอยู่ดีแหละนะ 55+)

ตัวประกอบของเรื่องค่อนข้างมีส่วนในทิศทางของเรื่องมากทีเดียว เนื่องจากการแข่งขันครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่ความบันเทิงแต่เป็นหลักจิตวิทยาที่้ต้องการควบคุมเขตการปกครองทั้ง 12 เขต มีฉากหนึ่งที่ผู้ปกครองรัฐได้กล่าวว่า "สิ่งที่จะควบคุมคนพวกนี้ได้ไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความหวัง" พอฟังจบก็เก็ท คุณลุงชั่วได้ลึกซึ้งจริงๆ

หลายคนที่หวังจะดูฉากแอคชั่นมันส์ๆ หรือ CG อลังการกับหนังเรื่องนี้คงต้องผิดหวัง หรืออาจจะต้องรอยันภาค2ที่ไม่รู้จะมีหรือเปล่า แต่ด้วยรายละเอียดของตัวละครและบทที่ดีทำให้หนังเรื่องนี้ดูได้ตื่นเต้นตั้งแต่ต้นจนจบโดยหากไม่อ่านนิยายมาก่อนรับรองว่าลุ้นแน่ๆ ว่าเรื่องนี้จะต้องจบลงอย่างไร

สำหรับหนังเรื่องนี้ีพี่นาซีขอปรบมือให้ดังๆ และให้คะแนนที่ 8.4 เพราะทำได้ดีจนน่าทึ่งเมื่อเทียบกับทุนสร้างที่ไม่มากและพล็อตที่ซ้ำซาก ทำได้เท่านี้ถือว่าเทพสุดๆ แล้ว แนะนำให้คนที่ชอบหนังแนวนี้ไปดูกันเยอะๆ รับรองไม่ผิดหวังแน่ๆ ลองเปิดใจดูนะสำหรับเรื่องนี้ ส่วนใครที่ดูแล้วชอบให้ติดตามต่อภาค2 ในปลายปีหน้า ซึ่งตามเนื้อเรื่องแล้วน่าจะเข้มข้นกว่าเดิมเพราะเอาผู้ชนะทั้ง12เขตมาสู้กันแบบแชมป์ออฟเดอะแชมป์ รอดู!!
|