The Dark Knight Rises แบทแมน 3 อัศวินรัตติกาลผงาด!! ถึงชื่อภาคจะคล้ายๆ ยาชูกำลังไปหน่อยแต่หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่หลายคนรอคอยกันมานาน เป็นหนังไตรภาคที่ค่อนข้างจะเว้นระยะห่างยาวนานไปสักหน่อยตั้งแต่ภาค 1 จนถึงภาค3 ก่อนจะวิจารณ์พี่นาซีก็ขอ "ออกตัวแรง" ตรงนี้ไว้ก่อนว่า...การวิจารณ์หนังในนาซีทีวีนี้ผู้วิจารณ์ต้องเลือกใช้วิธีวิจารณ์ที่เกิดการสปอยล์น้อยที่สุดเพื่อให้คนที่ยังไม่ได้ดูหนังไม่สูญเสีญอรรถรสในการรับชมหนังไป และจะพยายามวิจารณ์อย่างเป็นกลางที่สุดและค่อนข้างที่จะเข้าข้างคนดูส่วนใหญ่ีที่ไม่ได้เป็นแฟนคลับผู้กำกับโนแลน หรือแฟนคลับการ์ตูนคอมมิคเรื่องแบทแมนแต่อย่างใด (ผู้กำกับโนแลนมีชื่อเสียงด้านการกำกับภาพยนตร์แนวจิตวิทยา หรือแนวฟิล์มนัวร์ ชอบเล่นกับด้านมืดของจิตใจคนอะไรทำนองนี้ ยกตัวอย่างเช่น แบทแมนภาคก่อนๆ หรือหนังจิตๆ อย่าง Inception)

ก่อนอื่นสำหรับใครที่ติดใจความสวยแซ่บหุ่นดีของนางแมวสาว Catwoman ที่แสดงโดย Anne Hathaway แล้วล่ะก็ สิ่งที่ทำให้คุณผิดหวังมากที่สุดในหนังเรื่อง The Dark Knight Rises นี้ก็คือเธอไม่โชว์เต้าสวยๆ เหมือนในหนังเรื่อง... Love and Other Drugs เลยสักฉาก!! (โชว์หื่นซะงั้น...ล้อเล่นนะคร๊าฟฟ ) แต่สิ่งที่ทดแทนกันได้นั่นก็คือบทบาทการแสดงของเธอใน The Dark Knight Rises ที่แทบจะแย่งซีนบทภาพยนตร์หนักๆ ของเรื่องจนทำให้ผู้ชมรู้สึกผ่อนคล้ายลงหรือถึงขั้นเคลิบเคลิ้มหลงไหลไปกับหุ่นทรงนาฬิกาทรายแท้ๆ และใบหน้าอันงดงามของเธอตั้งแต่ต้นจนจบเรื่องเลยทีเดียว

อย่างที่บอกไปแล้วว่าผู้กำกับโนแลนคนนี้มีฝีมือเรื่องการเขียนบทแนวจิตวิทยาที่ร้ายกาจมาก!! แต่ในครั้งนี้แฟนคลับของโนแลนหลายๆ คนคงจะต้องผิดหวังกันมากสักหน่อยกับ The Dark Knight Rises ภาคล่าสุดนี้ เพราะตัวบทไม่ได้เน้นสนองความต้องการในการเสพย์บทแนวจิตๆ ของพวกคุณอย่างชุ่มฉ่ำมากนัก แต่เต็มไปด้วยฉากแอคชั่นแบบหนังฮีโร่ตลาดเพื่อเอาใจคอหนังทั่วไปที่ต้องการความมันส์แบบอลังการและเสพย์ได้ง่ายซะมากกว่า โดยตัวบทในหนังเรื่องนี้ถ้าเทียบกับหนังเรื่องก่อนๆ ของผู้กำกับโนแลนด์แล้ว ตัวบทค่อนข้างอ่อนไปสักหน่อยในการปูพื้นของตัวละคร เรื่องความสมพันธ์ ความสมจริง ความต่อเนื่อง เรียกได้ว่าถ้าไม่ได้ดูแบทแมนภาค1และ2มาก่อน หรือดูนานแล้วจำเรื่องไม่ค่อยได้ จะดูภาค3ภาคใหม่นี้อย่างไปค่อยรู้เรื่องเลยทีเดียว และสิ่งหนึ่งที่ค่อนข้างขัดกับความรู้สึกก็คือสภาพอาการบาดเจ็บของแบทแมนที่ไม่ค่อยชัดเจนว่าฟื้นตัวได้อย่างไร และไม่ค่อยมีรู้สึกร่วมกับการดำเนินเรื่องที่ว่าแบทแมนได้หายไปจากเมืองก็อธแธมนานถึง8ปี (เอ๊ะหรือเพราะเราจำภาค1กับภาค2ไม่ค่อยได้หว่า??)

ก็เพราะต้นเหตุแห่งความจำที่เลอะเลือนของคนดูบางคน (รวมถึงผู้วิจารณ์ด้วย) ทำให้ช่วงแรกออกจะงงไปสักหน่อยว่าทำไมตำรวจไปไล่จับแบทแมนหว่า?? แต่พอละลึกชาติได้ก็หายงง เพราะเนื้อเรื่องในภาคก่อนนี้นั่นเองที่ทำให้ชาวเมืองและตำรวจต่างเข้าใจผิดไปว่าแบทแมนได้ฆ่าคนดีอันเป็นที่รักของเมืองนี้ไป (จริงๆ แล้วคนดีผู้นั้นเป็นคนชั่ว แต่แบทแมนไม่อยากให้ชาวเมืองก็อตแธมรู้ว่าคนดีที่ชาวเมืองนับถือนั้นเป็นคนชั่ว แบทแมนเลยรับความชั่วนั้นเข้าตัวไว้เองและตัดสินใจมุดหัวไม่สนใจใยดีโลกภายนอกอีก) สรุปว่า เนื้อเรื่องของภาค3นี้ มีความเกี่ยวข้องกับภาค1และภาค2มากๆ โดยมีเนื้อเรื่องในภาค2เป็นตัวขั้นปูทางและทำให้เนื้อเรื่องในภาค1จบลงอย่างสมบูรณ์ในภาค3 (โจ๊กเกอร์เป็นตัวร้ายในภาค2ที่โดดเด่นเอามากๆ จนหลายคนไม่คิดว่าเขาเป็นแค่ตัวขั้นเวลา)

โดยรวมแล้วแบทแมนภาค3นี้ค่อนข้างที่จะสมบูรณ์เอามากๆ ในสเปเชียลเอ็ฟเฟคและฉากแอคชั่น หรือในทุกๆ ส่วน นอกจากเนื้อเรื่องที่ค่อนข้างอิงภาคเก่าไปสักหน่อยจึงทำให้คนที่ความจำเลอะเลือน (บางทีอาจจะแก่เกินดูหนังแล้ว...55+) ละลึกชาติไม่ทันในบางฉาก เกิดอาการงงเล็กน้อย แต่สำหรับคนที่ทำการบ้านมาเต็มที่ก่อนจะดู เช่นดูภาคเก่าๆ มาภาคละสิบรอบ หรือคนที่เป็นแฟนการ์ตูนอยุ่แล้วคงจะตัดประเด็นนี้ออกไปได้ แต่ก็ด้วยบางฉากที่มีการตัดต่อที่ดูแปลกๆ ในเรื่องของเวลาไปบ้าง ทำให้การดำเนินเรื่องไม่ค่อยไหลลื่นเท่าไร ทำให้บางช่วงรู้สึกเบื่อๆ เอาสักหน่อยกับหนังฟอร์มยักษ์ที่มีเนื้อเรื่องยาวมากๆ เรื่องนี้

ในส่วนของนักแสดงทำได้ค่อนข้างดี รบส่งอารมณ์กันได้ยอดเยี่ยม มีความสมจริงสมจังแม้ว่าบทจะค่อนข้างมีการหักมุมในหลายจุด และต้องถ่ายทอดบทหนักๆ ที่แสดงอารมณ์ได้ค่อนข้างยาก โดยเฉพาะแบทแมน(Christian Bale)ของเราที่ภาคนี้ที่เรียกได้ว่าโดนปู้ยี่ปู้ยำสารพัด ทั้งร้างกาย จิตใจ และวิญญาณ โดนหนักสุดๆ จนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด แต่ด้วยชื่อภาคว่า "ผงาด" ก็ทำให้เขากลับมายืนหยัดขึ้นได้อีกครั้งอย่างสมฐานะฮีโร่และนำพาหนังให้จบอย่างน่าประทับใจอย่างดีเยี่ยม

มีข้อสงสัยนิดหนึ่งในฉากที่พระเอกต้องใส่ชุดแบทแมนเต็มยศ... ใส่ยากไหมนั่น? แต่พอหันไปมองชุดของนางแมวป่าแสนสวย... เป๊ะเวอร์!! (อั้ยย๊ะ!!)

มาถึงประเด็นเกี่ยวกับตัวร้ายกันบ้าง ในภาคนี้... คนที่คาดหวังกับตัวร้ายเพราะติดภาพมาจากโจ๊กเกอร์คงต้องผิดหวังสักหน่อยกับไอ้ยักษ์ใหญ่ใส่หน้ากาก "เบน" เพราะตัวร้ายภาคนี้ค่อนข้างที่จะไม่ค่อยโรคจิตเอาเท่าไหร่ (คุณก็ชอบตัวร้ายที่มันโรคจิตๆ ใช่มั้ยๆ?) ทางด้านของเบนนั้นออกแนวเหมือนหัวหน้าแก๊งผู้ก่อการร้ายที่มีฝีมือทางด้านเตะต่อยที่เหนือกว่าแบทแมนก็เท่านั้น ไม่ได้มีมุมมองของจิตใจตัวละครที่ลึกสุดก้นเหวเทียบเท่ากับโจ๊กเกอร์ได้ แต่เพราะอะไรเบนถึงเป็นเช่นนั้น ต้องไปดูกันเองแบบเต็มๆ แล้วกัน เพราะบทมันลงตัวของมันด้วยเหตุผลที่รองรับในช่วงหลังๆ ของเรื่องอยู่แล้วล่ะนะ.

ในส่วนของฉากแอคชั่นที่แทบจะีมีเกิน 50% ของเรื่องอยู่แล้ว ทำได้มันส์ดีทุกฉาก แต่ขอพูดถึงฉากเตะต่อยสักหน่อย ให้ลองนึกถึงยักษ์วัดแจ้งสู้กัน หวดแข้งหวดขา ปล่อยหมักหนักๆ ใส่กัน ไม่ได้มีเทคนิคพิเศษหรือความสามารถระดับเทพแบบ"จาพนม" แต่อย่างไร... แต่ด้วยความที่เป็นแบทแมนกับเบนที่ใส่ชุดเท่โคตรๆ นี่แหละ ทำให้ฉากแอคชั่นนั้นสนุกและน่าสนใจกว่าความเป็นจริง

ในภาค3นี้ตัวบทค่อนข้างกระจายให้กับตัวละครหลายคนเอามากๆ และเช่นเคย มีการสอดแทรกประโยคปรัชญาเ่ท่ๆ พร้อมกับถ่ายทอดฉากต่างๆ ได้สอดคล้องกับบทเจ๋งๆ เหล่านั้นได้ ซึ่งถือว่าผู้กำกับโนแลนไม่ได้ทิ้งลายความสามารถในการเขียนบทของเขาแต่อย่างใด แต่ด้วยภาคนี้เป็นภาคจบตำนานของแบทแมน ทำให้กรอบค่อนข้างจะจำกัดไปสักหน่อย แต่เขาก็ยังทำได้ีดีสมชื่อ โดยทั้งนี้พี่นาซีขอยกการการันตีระดับต่างประเทศในเว็บมะเขือ (IMDB) ซึ่งถือเป็นเว็บข้อมูลหนังและวิจารณ์หนังที่ดังระดับโลกหน่อยว่า... ในแบทแมนภาคนี้เขาให้คะแนนไปมากถึง 9.2 (ณ ตอนนี้) ซึ่งมากกว่าหนังฟอร์มยักษ์เทพๆ อย่าง The Avengers ซะอีก!!

พูดถึงการรับชมแบบ 3D กันบ้าง หลังจากที่ไปสืบๆ มาจากคอหนังคนอื่นๆ ที่ไปดูในระบบ 3D กันมาแล้วก็ได้ความว่า... หนังเรื่องนี้ก็ทำได้ดีอีกเช่นเคย มันส์แน่แบบไม่ต้องผิดหวัง โดยเฉพาะบางฉากจะ3Dมากไปด้วยซ้ำ จะมากไปอย่างไร... มากในทางที่ดีหรือไม่ดีพี่นาซีไม่ขอคอมเม้นท์แน่ชัด เพราะไปดูแบบดิจิตอลปกติมา...(ยี้ฮ่า...ระบบปกติก็ปาค่าบัตรไป190แล้วครับท่าน!!)

สรุปว่าแบทแมนภาค3นี้ทำได้ค่อนข้างดีมากๆ สำหรับคนที่เป็นแฟนหนังแบทแมนอยู่แล้ว รวมถึงแฟนหนังโนแลนด้วย แต่มีบางจุดที่ละเลยความสำคัญไปหน่อยที่ขอตัดคะแนนไปบ้าง เช่น การตัดฉากดำเนินเรื่องยังไม่ลื่นไหลเท่าที่ควรทำให้อารมณ์ร่วมดร็อปลงไปตลอดจนทำให้รู้สึกเบื่อนิดๆ เพราะตัวหนังที่ยาว แต่ด้วยความที่เป็นฟอร์มยักษ์อลังการอุดมไปด้วยฉากแอ็คชั่นที่พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง สำหรับคนที่ต้องการเสพย์ความมันส์แบบแบทๆ แนะนำให้ไปดูในโรงอีกเช่นเคย เพราะแค่ฟังเสียงดนตรีประกอบในแต่ละฉากก็คุ้มแล้ว!! ตัดคะแนนให้ไปที่8.5นะคร๊าฟฟฟ!! จิ๊บิๆๆ
|