จากผู้เขียน...
ตอนที่5.ของซุปเปอร์คลับชมรมปราบผี....เนื้อหาในตอนนี้กล่าวถึงกินรีสัตว์ในตำนานของไทย ที่ครึ่งบนของเธอนั้นเป็นสาวสวยครึ่งท่อนล่างเป็นนกชอบถอดปีกมาเล่นน้ำตามตำนานเรื่องพระสุทนธ์มโนราห์ เนื้อหาในตอนนี้จะเริ่มมีฉากแอ็กชั่นมากขึ้นบู๊มากขึ้นและมีปริศนามากขึ้นเรื่อยๆ ติดตามอ่านได้ครับ...
.......................................................................................................................................................................................................................................................
กลางดึกคืนนึงในกรุงเทพ...
เด็กแว๊นกลุ่มใหญ่กำลังซิ่งบิดรถมอเตอร์ไซด์แข่งกันอย่างสนุกสนานบนถนนหลวง ท่ามกลางเสียงกรนด่าของชาวบ้านที่ตะโกนด่าเพราะเสียงที่ดังหนวกหูของรถที่บิดแข่งกัน การแข่งขัดดำเนินไปอย่างสนุกสนานของนักบิดและคนดู แต่การแข่งขันก็ต้องจบลงเพราะตำรวจมาดักจับพวกเด็กแว๊นวัยรุ่นต่างก็พากันบิดรถหนีกันไปคนล่ะทิศล่ะทาง
เด็กหนุ่มคนนึงในกลุ่มรถแข่งสามารถบิดรถหนีตำรวจที่ตั้งด่านมาได้อย่างหวุดหวิด เค้าหนีมาที่หมู่บ้านเล็กๆแห่งนึงที่กำลังอยู่ในระหว่างก่อสร้างไม่เสร็จเรียบร้อย
เค้าเข้ามาแอบในบ้านที่กำลังก่อสร้างรอจนตำรวจผ่านไปจนหมดเค้าจึงขี่รถออกมาพร้อมกับมอเตอร์ไซด์คู่ใจ
ระหว่างที่เค้ากำลังจะสต๊าดร์รถคู่ใจเค้าก็ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักของหญิงสาวหลายคนที่ไม่ไกลออกไปจากจุดที่เค้าอยู่ วินาทีแรกเด็กหนุ่มคิดว่าจะโดนผีหลอกแต่เมื่อเค้าหันไปทางที่มีเสียงหัวเราะ เค้าก็เห็นหญิงสาวหน้าตาสะสวยสามคนกำลังเดินเข้าไปในพงหญ้ารถทึบข้างๆหมู่บ้าน และก่อนที่หญิงสาวจะเดินเข้าไปสายตาของเธอทั้งสามคนนั้นก็มองมาทางเด็กหนุ่มด้วยสายตาเย้ายวนเชื้ิอเชิญให้เด็กหนุ่มเดินตามเข้าไป
เด็กหนุ่มเหมือนต้องมนต์สะกดความงามของหญิงสาวทั้งสามคนที่เดินหายไปในความมืด เค้าทิ้งรถมอเตอร์ไซด์คู่ใจแล้วเดินไปที่พงหญ้าตรงนั้นทันทีอย่างไม่รอช้า
เมื่อเด็กหนุ่มเดินไปถึงจุดที่หญิงสาวทั้งสามคนอยู่ในพงหญ้า เค้าก็เห็นหญิงสาวหน้าตาสะสวยเหมือนดาราหนังสามคนกำลังแก้ผ้าเปลือยเปล่าเล่นน้ำกันอยู่อย่างสนุกสนานในอ่างเก็บน้ำของหมู่บ้านที่กำลังอยู่ในระหว่างทำเป็นสระน้ำ
หญิงสาวทั้งสามคนหยุดเล่นน้ำและหันมามองทางชายหนุ่มที่ยืนจ้องหญิงสาวที่กำลังแก้ผ้าเล่นน้ำอยู่ แสงจันทร์เต็มดวงที่สาดแสงลงมายิ่งทำให้ภาพของหญิงสาวทั้งสามคนสว่างชัดเจน เนื้อตัวของเธอทั้งสามนั้นขาวเนียลไร้ริ้วรอยตำหนิใดๆ ผมที่ยาวปล่อยสรอยส่งกลิ่นหอมของดอกไม้จางๆเหมือนเธอเพิ่งสระผมมามาดๆ ดวงตาของเธอทั้งสามนั้นกลมโตริมฝีปากอวบอิ่มเป็นสีชมพู หน้าอกของเธอทั้งสามนั้นชูชันเต่งตึงของสาวแรกรุ่นจนแม้แต่ผู้หญิงด้วยกันก็คงอดอิจฉาความสวยของทั้งสามสาวนี่ไม่ได้
" มาซิจ๊ะพวกเรารอเจ้าอยู่ " หญิงสาวคนกลางพูดขึ้นมา ขณะที่หญิงสาวอีกสองคนก็เดินร่างเปลือยเปล่าขึ้นมาจากน้ำมาหาเด็กหนุ่มที่ยืนตะลึงอยู่
" พวกเรามิใช่ผีสางดอกหนุ่มน้อย เจ้ากลัวพวกเรารึไม่ " หญิงสาวคนทางซ้ายกระซิบเสียงเย้ายวนเบาๆข้างหูเด็กหนุ่มขนลุกไปทั้งตัว
" เรามาเล่นน้ำ เจ้ามาเล่นน้ำกับเราสามคนพี่น้องรึไม่ " หญิงสาวทางด้านขวากระซิบพูดตอบพร้อมกับช่วยกันถอดเสื้อผ้าของเด็กหนุ่มออกอย่างช้าๆจนร่างของเค้าเปลือยเปล่า
หญิงสาวที่อยู่ในน้ำยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นร่างเปลือเปล่าของเด็กหนุ่มที่ยืนตรงหน้าตน " มาซิ มาเล่นน้ำด้วยกัน "
เด็กหนุ่มจ้องตาหญิงสาวที่อยู่ในน้ำอย่างไม่วางตา แม้ว่าหญิงสาวทั้งสองคนที่อยู่ข้างๆที่ว่าสวยแล้ว แต่ก็เทียบไม่ได้กับหญิงสาวที่อยู่ในน้ำที่หน้าตาคมคายสะสวยกว่าสองคนที่อยู่ข้างๆมากมายนัก
เด็กหนุ่มเดินลงไปเล่นน้ำกับหญิงสาวทั้งสามคนอย่างสนุกสนาน ความฝันของผู้ชายอย่างเราทุกคนคือการได้อยู่เคียงข้างสาวสวยที่กำลังเปลือยเปล่า นั่นคือความสุขที่หาที่ไหนในโลกไม่ได้อีกแล้ว
" เจ้านี่น่ากินจริงๆ " จู่ๆหญิงสาวทางด้านซ้ายก็พูดขึ้นมาระหว่างเล่นน้ำ และมือของเธอก็โลมเล้าไปที่หน้าอกเด็กหนุ่มจนเค้าขนลุก
" ข้าขอลูกตากับลิ้นเหมือนเดิมนะท่านพี่ทั้งสอง... " หญิงสาวทางด้านขวาพูดตอบพร้อมกับลูบไล้ที่ต้นขาเด็กหนุ่ม
" เจ้าพร้อมจะยกร่างของเจ้าให้เราสามพี่น้องรึไม่มนุษย์เอ๋ย " หญิงสาวคนตรงกลางที่น่าจะเป็นพี่ใหญ่สุดพูดพร้อมพร้อมกับค่อยๆขยับตัวมาตรงหน้าเด็กหนุ่มอย่างช้าๆ ก่อนจะใช้ริมฝีปากอันอวบอิ่มสีชมพูจุบลงที่ปากของเด็กหนุ่ม
" พะพร้อมจ้า " เด็กหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือที่เข้าใจไปอีกความหมายนึง
" งั้นข้าก็ไม่เกรงใจล่ะนะ... " หญิงสาวคนตรงกลางพูดยิ้มๆและเลียปากเล็กน้อย ก่อนที่ใบหน้าของเธอนั้นจะเปลี่ยนไปเป็นปีศาจยายแก่หน้าเหี่ยวฟันแหลมเหมือนปลาฉลาม กระโจนเข้ามากัดคอเด็กหนุ่มจนเลือดพุ่งกระฉูด ขณะที่หญิงสาวอีกสองคนก็พยายามแหกท้องควักไส้พุงของเด็กหนุ่มออกมากินอย่างหิวโหย
เมื่อกินกันจนอิ่มหนำทั้งสามสาวก็ชำละล้างร่างกายอันสายงามของตนในน้ำ ก่อนจะขึ้นมาสวมปีกกับหางนกและบินหายไปในท้องฟ้ายามค่ำคืนทิ้งศพที่ถูกกินจะเละเทะเอาไว้ที่ริมบ่อน้ำ และขนนกสีขาวที่ถูกทิ้งเอาไว้ข้างๆศพนั้น....
ร่างของหญิงสาวทั้งสามคนบินหายไปในความมืดไม่นานก็มีชายหนุ่มคนนึงวิ่งมาตรงที่เกิดเหตุด้วยท่าทางรีบร้อนพร้อมกับอุปกรแปลกๆในมือ เค้ามีท่าทางไม่พอใจเมื่อไม่สามารถตามสิ่งที่ก่อเหตุได้ทัน
" ชิ...มาไม่ทันหรอเนี้ยบ้าจริง... " ชายหนุ่มมองดูศพที่ถูกกินจนเละโดยไม่ใส่ใจก่อนจะโทรแจ้งตำรวจและตนเองก็หายไปจากที่เกิดเหตุพร้อมขนนกหนึ่งอันที่เก็บไป.................
รุ่งขึ้น..ที่โรงเรียนหาดทรายขาววิทยา โต๊ะม้าหินอ่อนข้างสนามบาส....
" บอกว่าไม่เอาเรื่องนี้...มันบ้าบอรู้ไม๊.. " วารีตะโกนออกมาดังที่โต๊ะมาหินด้วยความหงุดหงิด
วันนี้กลุ่มชมรมปราบผีก็ยังคงถกเถียงกันเรื่องหาคดีใหม่มาสืบ โดยที่แต่ล่ะคนก็พยายามหาเรื่องราวมาเสนอเพื่อให้ไปสืบแต่ก็ไมมีเรื่องนี้ที่น่าสนใจเลยแม้แต่น้อย
" ชั้นบอกแล้วว่าเอาเรื่องยูเอฟโอก็ไม่เชื่อ เป็ดหลังบ้านลุงบุณมีถูกควักไส้ไปกินตั้งหลายตัว แถมมีคนเห็นแสงประหลาดด้วย " นุ่นพูดดังๆพร้อมกับข้อมูลรูปถ่ายในโทรศัพท์มือถือที่ตัวเองไปถ่ายภาพเป็ดตายมา
" ชั้นว่าเราไปสืบคดีผีเปรตในวัดดีกว่าเผื่อจะได้ถ่ายติดวีดีโอไปออกรายการคนอวดผีด้วย " โอ้แนะนำ
" ทางตำรวจเค้าไม่อนุญาติให้เอาเรื่องนี้ไปเปิดเผยค่ะ " แอนเด็กสาวสมาชิกใหม่บอก " อีกอย่างคดีเป็ดถูกควักไส้มันเป็นแค่คดีขโมยของธรรมดาค่ะ คนร้ายแค่หลอกควักไส้เป็ดสามสี่ตัวเพื่อหลอกให้เจ้าของบ้านกลัวว่าเป็นผีมือผีกับมนุษย์ต่างดาวจนไม่กล้าให้ตำรวจตามจับค่ะ หนูไปสืบคดีนี้มาแล้วจับคนร้ายไปแล้วด้วย "
" ชิ... " นุ่นอุทานด้วยความไม่พอใจ
" มีแต่เรื่องบ้าบอไม่มีดคีอะไรแจ๋งๆบ้างหรอ " วารีบ่นดังๆด้วยความเบื่อหน่าย
แอนส่ายหน้า " ช่วงนี้ไม่มีคดีอะไรแปลกๆน่าสนใจเลยค่ะ "
" เฮ้อ.... " ทั้งสี่คนถอนหายใขพร้อมกันด้วยความเบื่อหน่าย
" มีครับ... " เสียงชายหนุ่มคนนึงดังขึ้นมาที่ทางด้านหลังของทุกคนที่โต๊ะม้าหิน ชายคนนี้สวมแว่นตากรอบสีทองตัวผอมร่างเล็กท่าทางเป็นเด็กเรียน ในมือถือนิวไอแพดมาด้วย
" เอ่อ.... " นุ่นพูดไม่ทันจบชายหนุ่มก็เดินมานั่งที่โต๊ะตัวที่ว่างๆข้างๆแอน
" ผมชื่อเอล...เรียกผมว่ากันซึแล้วกัน " ชายหนุ่มขยับแว่นที่หน้าก่อนจะกดนิวไอแพดในมือและวางลงที่โต๊ะ " เมื่อกี้ผมได้ยินพวกคุณพูดถึงเรื่องคดีแปลกๆอย่างเรื่องผีอยู่ใช่ไม๊ครับ " ชายสวมแว่นถามทุกคนที่นั่งมองเค้าเป็นตาเดียว
" ง่า... " ทั้งสี่คนอ้าปากค้างไม่พูดอะไรเพราะงงกับสิ่งที่ชายคนนี้ที่จู่ๆก็เดินมาพูดเองเออเองคนเดียว
" อ้อลืมไป พวกคุณคงงงว่าผมคือใคร ผมชื่อกันซึเป็นนักเรียนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาไม่นานอยู่ห้องม.4/1 ผมสนใจติดตามพวกคุณมาตั้งนานแล้วตั้งแต่คดีสมุดวาดเขียนคดีในโรงพักแล้วก็คดีขโมยหัวใจ ผมเป็นแฟนคลับพวกคุณเลยนะเนี้ย... " ชายหนุ่มพูดยิ้มๆสายตาของเค้ามองมาทางทุกคนก่อนจะมาจบลงที่ตำราโบราณที่วางบนโต๊ะ
" คุณรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง...มันเป็นความลับที่ทางตำรวจรู้เท่านั้นนี่นา " แอนถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ แววตาของเธอพยายามจ้องจับผิดชายคนนี้แต่ชายคนนี้ไม่สบตาเธอแม้แต่น้อย
" อ๋อ ก็ผมบอกแล้วว่าผมเป็นแฟนคลับทีมงานพวกคุณมาตลอด ตอนคดีแรกผมก็บังเอิญไปได้ยินพวกคุณคุยกันเรื่องนี้ เลยพยายามศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับพวกคุณแล้วก็แฮ๊กเข้าไปในระบบของกรมตำรวจศึกษาเรื่องราวทั้งหมดมาครับ " ชายหนุ่มพูดยิ้มๆ
" นายแฮกเค้าไปในคอมพิวเตอร์กรมตำรววจ " นุ่นอุทานออกมาดังๆ
" ก็ประมาณนั้น " ชายหนุ่มพูดยิ้มๆ
" เป็นไปไม่ได้ ชั้นไม่เชื่อว่ารุ่นพี่จะทำแบบนั้นได้ " แอนพูดด้วยน้ำเสียงเข้มขรึม
" อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้นล่ะครับแฮะๆ " ชายหนุ่มพูดยิ้มๆ " งั้นดูเว๊ปที่ผมทำขึ้นมาก่อนแล้วพวกคุณจะได้เลิกสงสัยผมซะทีว่าผมเป็นใครทำไมถึงสนใจเรื่องของพวกคุณนัก " ชายหนุ่มกดที่นิวไอแพดเปิดวีดีโอเว๊ปที่ตนเองทำให้ทั้งสี่คนดู
ในนิวไอแพดกำลังฉายวีดีโอคลิปที่มีชายหนุ่มสวมแว่นกำลังสวมชุดพนักงานดับเพลิงพร้อมกับอุปกรณ์แปลกๆที่คล้ายปืนอยู่ในมือ โดยมีใครบางคนกำลังถ่ายกล้องบันทึกเทปอยู่
" ผมชื่อกันซึ ผมเป็นนักล่าปริศนาเหนือโลก ไม่มีความลับใดที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ วันนี้ผมจะมาล่าวิญญาณที่บ้านร้างที่เฮี้ยนที่สุดในอเมริกา บ้านตะกูลวินเชสเตอร์... " ชายสวมแว่นพูดจบก็เดินเข้าไปในบ้านสองชั้นที่เป็นบ้านร้าง ในมือของเค้ามีเครื่องมือแปลๆที่คล้ายมิเตอร์วัดไฟฉายในกล้อง " ที่นี่มีพลังงานวิญญาณหนาแน่น เดี๋ยวผมจะใช้คาถาเรียกวิญญาณออกมาเพื่อเรียกวิญญาณให้ออกมาตรงหน้า "
วารีไม่พูดอะไรเมื่อดูภาพในเทป ขณะที่ชายสวมแว่นร่ายคาถาแปลกๆที่เป็นบทสวดมนต์ของฝรั่ง ไม่นานตรงหน้าของชายหนุ่มกับกล้องก็ปรากฎร่างของหญิงสาวที่มีไฟลุกท่วมทั้งตัวปรากฏอยู่ตรงหน้า
" เธอชื่อมารีน วินเชสเตอร์ เธอถูกไฟคลอกตายพร้อมกับครอบครัว วิญญาณของเธอนั้นยังไม่ได้ไปเกิดจึงยังคงหลอกหลอนคนที่นี่อยู่ เราจะทำการไล่ผีไปเดี๋ยวนี้ " ชายสวมแว่นพูดกับกล้องก่อนจะเปิดขวดน้ำมนต์ออกมาแล้วสาดใส่วิญญาณหญิงสาวที่กำลังติดไฟ
" กรี๊ดดดด " หญิงสาวร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อโดนน้ำมนต์สาดใส่
" นี่คือน้ำมนต์จากโบสร์วินเซ็นท์ที่ผมเอามาจากนครวาติกัน วิญญาณที่โดนน้ำมนต์นี้จะ้หมือนโดนน้ำกรดสาดใส่จนทนไม่ได้... " ชายสวมแว่นบอกกับกล้องโดยมีหญิงสาวที่กำลังร้องทรมาณอยู่ด้านหลัง " ต่อไปเราจะร่ายมนต์ให้เธอไปสู่สุขติด้วยคาถานี้บทนี้ ร่ายเลยเพื่อน " ชายสวมแว่นบอกชายที่ถือกล้อง
" ............... " เมื่อชายสวมแว่นพูดจบก็มีเสียงสวดมนต์แปลกๆดังขึ้นที่ด้านหลังกล้องเหมือนคนถือกล้องเป็นคนร่ายมากกว่าคนที่สวมแว่น...
วารีรู้สึกเอะใจบางอย่างกับเสียงของคาถาที่เธอได้ยิน
และตอนนั้นเองก็ปรากฏร่างแสงๆสว่างลักษณะกลมๆหลายๆดวงปรากฏขึ้นรอบๆวิญญาณดวงนั้น ซึ่งถ้าสังเกตุดีๆจะเห็นว่าในวงกลมนั้นมีลักษณะเหมือนคนตัวเล็กๆที่มีปีกเหมือนผีเสื้ออยู่ในลูกบอลแสงนั้น ก่อนที่ลูกบอลนั้นจะแตกออกและมีแสงสว่างจ้าจนร่างของวิญญาณนั่นก็หายไปจนเหลือแต่ความว่างเปล่า
" ยอดมากเพื่อน " ชายสวมแว่นพูดกับคนถือกล้อง ก่อนที่ภาพจะโคสมาทางชายสวมแว่นใหม่ " ภาระกิจสำเร็จลุล่วงไปอีกครั้งนึง คราวหน้าติดตามการปราบผีของกันซึนักล่าผีในครั้งต่อไปนะครับ "
" ............... " ทั้งสี่คนนั่งอึ้งพูดอะไรไม่ออกเมื่อดูคลิปจบ
" สรุปนายเป็นพวกล่าท้าผีว่างั้น " โอ้ถามกันซึชายสวมแว่น
" ที่ไหนมีผีที่นั่นมีกันซึ " ชายสวมแว่นบอก
" แล้วเพื่อนนายล่ะคนที่ร่ายคาถาไล่ผีนั่นล่ะไปไหน " วารีถามด้วยความสงสัย
" พอดีเรามีความคิดเห็นที่ต่างกันเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องปริศนาอันนึงจึงต้องแยกทางกันไปน่ะครับ " กันซึชายสวมแว่นบอก
" นายก็เลยกะว่าจะมาหาสมาชิกล่าท้าผีใหม่ว่างั้นเถอะ " นุ่นพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ " พวกเราไม่ใช่ปาหี่คนอวดผีน่ะย่ะ พวกเราเป็นมืออาชีพไม่หวังทำเอาหน้าด้วย "
" ถ้านายอยากเป็นพวกเราก็ได้ แต่นายต้องห้ามอัดวีดีโอเพราะทางตำรวจขอพวกเราให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ " วารีบอก
" ความจริงผมก็ไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับเรื่องทำเว๊ปนี้หรอกนะครับ " กันซึพูดเสียงจ๋อยๆ "ที่ผมเถียงกับเพื่อนจนต้องแยกทางกันก็เพราะเรื่องนี้ล่ะ ผมแค่อยากปราบผีเท่านั้นไม่ได้อยากเป็นดาราหน้ากล้องเลย พอรู้ว่ามีพวกคุณที่ปราบผีแบบไม่หวังเอาหน้าผมเลยกะจะมาขอเป็นสมาชิกด้วยก็เท่านั้นเองครับ "
" พี่วารีว่าไงค่ะ " แอนถามวารี " ถ้าพี่ไม่ว่าอะไรหนูก็ไม่ว่าอะไรค่ะ " แอนมองมาทางกันซึด้วยแววตาไม่พอใจแต่ก็ไม่ว่าอะไร
" เราน่ะยังไงก็ได้ " โอ้บอกด้วยท่าทางสบายๆตามแบบของเค้า
" มีพวกมากก็ดีกว่าไม่มี " นุ่นพูดเสริมกับวารี
วารีมองตาชายสวมแว่น แม้เค้าจะพยายามหลบตาเธอแต่วารีกลับรู้สึกถึงอะไรบางอย่างในตัวของชายคนี้ที่ขัดกับท่าทางที่แสดงออกมา
" อืม...ก็ได้นายเป็นสมาชิกชมรมปราบผีนับแต่นี้ " วารีตัดสินใจพูดออกไปด้วยความรู้สึกส่วนตัวอย่างไม่มีเหตุผล
" ขอบคุณมากๆ " กันซึยิ้มอย่างดีใจเค้าเอาขนนกออกมาถูมือไปมาระหว่างยิ้ม " อ้อ และถ้าพวกคุณไม่ว่าอะไรผมมีคดีแปลกๆคดีนึงมาให้พวกคุณสืบกันด้วยล่ะวกคุณสนใจกันไม๊... " ชายสวมแว่นบอกกับทุกคน
" มันเรื่องเกี่ยวกับอะไรล่ะ คงไม่ใช่คดีควักไส้เป็ดหรอกนะ " โอ้พูดจบก็ถูกนุ่นบีบคอจนลิ้นห้อย...
" เรื่องกินรีครับ.... " กันสึบอกกับทุกคน
" กินนรี...? " นุ่นอุทานออกมา " ที่เป็นครึ่งคนครึ่งนกที่ถอดปีกเล่นน้ำนั่นน่ะหรอ "
กันซึพยักหน้า " แต่กินรีที่ผมพูดถึงไม่ใช่กินรีในเรื่องพระสุทนร์มโนราห์นะครับ แต่ผมหมายถึงกินรีที่ออกร่างมนุษย์เป็นอาหาร ผมกำลังตามสืบเรื่องนี้อยู่ " ชายสวมแว่นพูดด้วยใบหน้าแววตาที่จริงจัง...
ข้อความทีท่านได้อ่านจากเวบเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และ เผยแพร่โดยอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวบไซด์แห่งนี้ไม่ได้เห็นด้วย และไม่ขอรับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น ดังนั้นผู้อ่านทุกท่าน โปรดใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตนเอง และ ถ้าหากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมาย และ ศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ nazitv(at)gmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ